การเลือกรองพื้นถือเป็นหัวใจสำคัญของการแต่งหน้า การเลือกรองพื้นที่ไม่เข้ากับสีผิวอาจทำให้ลุคของคุณดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “หน้าลอย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านเฉดสีที่หลากหลายอย่าง Fenty Beauty ซึ่งมีรองพื้น Pro Filt’r Soft Matte Longwear Foundation ที่โดดเด่นในเรื่องของเฉดสีที่ครอบคลุมทุกสีผิว การทำความเข้าใจ “วิธีเลือกสีรองพื้น Fenty Beauty” จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ทำไม Fenty Beauty ถึงพิเศษ?

Fenty Beauty สร้างปรากฏการณ์ในวงการเครื่องสำอางด้วยการเปิดตัวรองพื้น Pro Filt’r Soft Matte Longwear Foundation ที่มาพร้อม 40 เฉดสี (และภายหลังเพิ่มเป็น 50 เฉดสี) ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการในการนำเสนอความหลากหลายที่แท้จริงให้กับผู้บริโภคทุกเชื้อชาติและสีผิว Rihanna ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล็งเห็นถึงปัญหาและการขาดแคลนเฉดสีรองพื้นที่เหมาะสมกับโทนสีผิวที่แตกต่างกัน ทำให้ Fenty Beauty กลายเป็นผู้บุกเบิกและเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์อื่น ๆ หันมาพัฒนาเฉดสีรองพื้นที่ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถ “รู้สึกinclusive” และมั่นใจในผิวของตัวเอง

วิธีเลือกสีรองพื้น Fenty Beauty ให้เป๊ะปัง ไม่มีโป๊ะ

  1. ทำความเข้าใจอันเดอร์โทนผิวของคุณ (Undertone):
    • อันเดอร์โทนเย็น (Cool Undertone): เส้นเลือดที่ข้อมือมีสีน้ำเงินหรือม่วง ผิวมีแนวโน้มที่จะแดงเมื่อโดนแดด เครื่องประดับเงินจะดูขึ้นกว่าทอง
    • อันเดอร์โทนอบอุ่น (Warm Undertone): เส้นเลือดที่ข้อมือมีสีเขียว ผิวมีแนวโน้มที่จะเป็นสีแทนเมื่อโดนแดด เครื่องประดับทองจะดูขึ้นกว่าเงิน
    • อันเดอร์โทนกลาง (Neutral Undertone): เส้นเลือดมีทั้งสีน้ำเงินและเขียวอย่างสมดุล หรือไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเอียงไปทางเย็นหรืออุ่น คุณอาจจะดูดีทั้งเครื่องประดับเงินและทอง

    เฉดสีรองพื้นของ Fenty Beauty จะมีตัวอักษรกำกับอยู่ด้านหลัง เช่น C สำหรับ Cool, W สำหรับ Warm และ N สำหรับ Neutral นอกจากนี้ยังมี Olive (O) สำหรับผิวที่มีอันเดอร์โทนเขียว หรือ Porcelain (P) สำหรับผิวที่ขาวมาก ๆ

  2. ทดสอบสีรองพื้น:

    สิ่งสำคัญที่สุดคือการทดสอบสีรองพื้นบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแนวกราม ควรทดสอบในแสงธรรมชาติ และรอให้รองพื้นเซ็ตตัวประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้สีรองพื้นปรับเข้ากับผิวจริง การทดสอบบนข้อมืออาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำเท่าการทดสอบบนใบหน้า

  3. พิจารณาสภาพผิว:

    นอกจากสีแล้ว สภาพผิวก็มีผลต่อการเลือกสูตรรองพื้น Fenty Beauty Pro Filt’r Soft Matte Longwear Foundation เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสมที่ต้องการการปกปิดและควบคุมความมัน ส่วน Pro Filt’r Hydrating Longwear Foundation จะเหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดาที่ต้องการความชุ่มชื้นและลุคที่ไม่แมตต์มากเกินไป

เทคนิคการแต่งหน้าจาก Pat McGrath: สู่ความสมบูรณ์แบบในการเลือกรองพื้น

บ่อยครั้งที่การเลือกรองพื้นถูกมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้น แต่สำหรับ Pat McGrath เมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลกที่อยู่เบื้องหลังรันเวย์แฟชั่นวีคมากมาย เช่น Milan Fashion Week เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของผิวที่ดูเป็นธรรมชาติและไร้ที่ติ Pat McGrath มักจะให้ความสำคัญกับการเตรียมผิวและการใช้รองพื้นในปริมาณที่พอเหมาะ การใช้เทคนิคการแต่งหน้าที่ละเอียดอ่อนช่วยให้รองพื้นกลืนไปกับผิวจริงได้ดีขึ้น เคล็ดลับหนึ่งจาก Pat McGrath คือการใช้แปรงหรือฟองน้ำที่ชุ่มน้ำหมาดๆ ในการเกลี่ยรองพื้น เพื่อให้ได้ฟินิชที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่หนาหนักเกินไป ซึ่งเทคนิคนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการเลือกรองพื้น Fenty Beauty เพื่อให้ได้ลุคที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

การใช้สกินแคร์ La Mer เพื่อเตรียมผิวที่สมบูรณ์แบบ

ก่อนการลงรองพื้น การมีผิวที่สุขภาพดีคือหัวใจสำคัญของการแต่งหน้าให้สวยติดทนและดูเป็นธรรมชาติ การใช้สกินแคร์ที่มีคุณภาพอย่าง La Mer เช่น Crème de la Mer หรือ The Treatment Lotion สามารถช่วยเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น เรียบเนียน และพร้อมสำหรับการแต่งหน้า ผลิตภัณฑ์ของ La Mer ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ ลดเลือนริ้วรอย และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง เมื่อผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ รองพื้นก็จะเกลี่ยง่าย ติดทน และให้ผลลัพธ์ที่สวยงามยิ่งขึ้น

สรุป

การเลือกสีรองพื้น Fenty Beauty ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณเข้าใจอันเดอร์โทนผิวของตัวเอง ทดสอบสีรองพื้นอย่างถูกต้อง และเลือกสูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ จงจำไว้ว่ารองพื้นที่ดีที่สุดคือรองพื้นที่ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจและเป็นธรรมชาติที่สุด และด้วยเฉดสีที่หลากหลายของ Fenty Beauty คุณจะสามารถค้นพบสีที่ “เป๊ะปัง ไม่มีโป๊ะ” ได้อย่างแน่นอน ผสมผสานกับการดูแลผิวที่ดีและเทคนิคการแต่งหน้าจากผู้เชี่ยวชาญ คุณก็จะมีผิวหน้าที่สมบูรณ์แบบและเปล่งประกายในทุก ๆ วัน