25 ตุลาคม 2025 — L’Oréal Group รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจากสำนักงานใหญ่ที่ Clichy ประเทศฝรั่งเศส โดยระบุว่ายอดขายและกำไรทะลุเป้าท่ามกลางความผันผวนของตลาดค้าปลีกทั่วโลก รวมทั้งตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา

บริษัทระบุว่ายอดขายสุทธิในไตรมาส 3/2025 เพิ่มขึ้นประมาณ 6.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวขึ้นราว 8.1% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้ นาย Nicolas Hieronimus ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า ผลการดำเนินงานสะท้อนกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้า การเสริมทัพแบรนด์ในกลุ่มพรีเมียมและเขตสหรัฐอเมริกา และการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางดิจิทัล

Hieronimus ให้ความเห็นว่า “แม้การใช้จ่ายในช่องทางค้าปลีกบางส่วนจะชะลอตัว เราเห็นการเติบโตจากช่องทางออนไลน์และแบรนด์พรีเมียมที่มีความยืดหยุ่นสูง การลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการริเริ่มด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัท”

บริษัทระบุรายละเอียดเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมว่าได้ปรับโครงสร้างการลงทุนในตลาดสหรัฐอเมริกาเพื่อเน้นแบรนด์ที่เติบโตเร็วและช่องทางขายที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงมีการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์สกินแคร์ขนาดเล็กในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมสะอาดและยั่งยืน

ด้านงบประมาณสำหรับงานวิจัยและพัฒนา L’Oréal แจ้งว่าในปีงบประมาณล่าสุดบริษัทลงทุนราว 1.05 พันล้านยูโรในกิจกรรม R&D ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของงบประมาณเพื่อพัฒนาสูตรใหม่ เทคโนโลยีการผลิต และการทดสอบทางคลินิก โดยเป้าหมายคือการเสริมความแตกต่างด้านนวัตกรรมในแบรนด์ทั้งกลุ่มมวลชนและพรีเมียม

บริษัทยังชี้แจงว่าแม้ว่าตลาดค้าปลีกโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ช่องทางดิจิทัลและการขยายช่องทาง direct-to-consumer ช่วยชดเชยความผันผวนเหล่านี้ได้บางส่วน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของกลุ่ม

นักวิเคราะห์มองว่า L’Oréal ได้รับประโยชน์จากการมีพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ทั้งแผนกเครื่องสำอางแมสก์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรีเมียม ซึ่งทำให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านอุปสงค์และราคาได้ดีกว่าคู่แข่งบางราย

People Also Ask — L’Oréal มีแบรนด์อะไรบ้าง: ตัวอย่างแบรนด์สำคัญในเครือ L’Oréal Group ได้แก่ L’Oréal Paris, Lancôme, Kiehl’s, Maybelline New York, Garnier, La Roche-Posay, Vichy และ Biotherm โดยกลุ่มยังมีแบรนด์เฉพาะทางและแบรนด์พรีเมียมอื่น ๆ ที่ดำเนินงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก

บทสรุปและแนวโน้ม: L’Oréal ระบุแนวทางการบริหารความผันผวนของตลาดโดยเน้นการลงทุนในนวัตกรรม การขยายช่องทางดิจิทัล และการคัดสรรการเข้าซื้อกิจการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอ บริษัทคาดว่าจะประกาศคำแนะนำทางการเงิน (guidance) สำหรับปีงบประมาณเต็มปีในการแถลงผลประกอบการขั้นสุดท้าย และยืนยันว่าเป้าหมายการเติบโตจะยังคงมีพื้นฐานจากการลงทุนใน R&D และการขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกา